ตัวเลขเศรษฐกิจที่ไหลรูดลงทุกวัน… การลดต้นทุนดูจะเป็นกลยุทธ์สุดคลาสสิคที่เกือบทุกองค์กรต้องหยิบมาใช้ในช่วงวิกฤตินี้ การพัฒนาคนกลายเป็นงบก้อนแรกๆ ที่ถูกเฉือนออกจนบางเฉียบจนไม่รู้จะบางอย่างไรแล้ว แต่ในความจริงแล้ว “การพัฒนาคน” คือเรื่องที่ยังต้องให้ความสำคัญอยู่ เพราะองค์กรคงไปไหนไม่ได้ไกลหากขาดการติดอาวุธทางปัญญาให้พนักงาน #ทางออกเดียวที่เป็นไปได้คือ
ท่ามกลางกระแสผลัดเปลี่ยนงานกันฝุ่นตลบ ทางเพจเราก็ได้มีการพูดถึงการรับมือจากการลาออก การหาคนใหม่ และนโยบายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกันไปบ้างแล้ว แต่เรื่องที่เรายังไม่ได้พูดถึงคือ… “ถ้าเราเป็นหนึ่งในคนที่กำลังจะลาออก เราควรจะทำอะไรบ้างเพื่อไม่ให้ตัวเองเสียชื่อ”นึกภาพเพื่อนร่วมงานที่เป็นพนักงานดาวเด่นขององค์กรที่มีผลงานดีเยี่ยมและสร้างชื่อเสียงไว้มากมาย
โลกได้เข้าสู่ยุคของการทำงานแบบ Hybrid Workplace ปีนี้เป็นปีที่สองแล้ว และการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ สำหรับเหล่าองค์กรที่ต้องปรับตัวให้สอดรับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในด้านของวิถีการทำงานแบบใหม่ที่เต็มไปด้วยตัวแปรที่หลากหลาย และซับซ้อนที่อาจทำให้ทั้งเหล่า
หากเรามองเรื่องการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายในองค์กร (Knowledge Sharing) เป็นแค่เพียงเรื่องที่ “ถ้ามีก็ดี…หรือถ้าไม่มีก็ได้…” ขอบอกไว้เลยว่าองค์กรของท่านคงต้องทำงานหนักขึ้นมากแน่ ๆ ทั้งในเชิงของพนักงานหรือตัวองค์กรเอง เนื่องจาก
เมื่อรูปแบบการทำงานเปลี่ยนไปแต่ความคาดหวังในผลลัพธ์ในองค์กรยังเหมือนเดิม ก็ดูจะเป็นอะไรที่สวนทางกัน ทำให้เกิดคำถามขึ้นมากมายในกลุ่มคนทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง คำถามในเชิงผลผลิต (Productivity) ภาวะหมดไฟ (Burnout) ลากยาวไปถึงอภิมหาการลาออก
แนวคิดของการทำงาน 4 วันและหยุด 3 วันต่อสัปดาห์ เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้นและเริ่มมีตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงให้เห็นกันบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นบริษัทไมโครซอฟท์ประเทศญี่ปุ่น หรือสตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์นอย่าง Bolt
ปฎิเสธไม่ได้เลยว่า… โปรเจกต์ที่ประสบความสำเร็จได้อย่างงดงาม ล้วนมีทีมงานคุณภาพอยู่เบื้องหลังด้วยกันทั้งสิ้น คำถามที่น่าสนใจคือ แล้วทีมที่ดีต้องมีคุณลักษณะแบบไหน? หากลองนึกย้อนกลับไปสมัยเรียนที่เราเรียนอยู่ในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย เมื่อต้องถูกมอบหมายให้ทำงานกลุ่ม เรามักชอบอิสระในการได้เลือกสมาชิกเข้าทีมด้วยตนเอง มากกว่าที่จะให้อาจารย์จัดกลุ่มให้
คำว่า “ทำงานแบบครอบครัว” ดูเป็นคำที่ช่วยสร้างอารมณ์หวานชื่นให้กับองค์กร เพราะข้อดีของมันคือ การช่วยสร้าง sense of belonging ให้กับทุกคน









