เมื่อสมัครงาน เรามักจะเชื่อว่าด้วยประวัติการศึกษาและประสบการณ์สายตรงเท่านั้นที่จะทำให้เราได้งาน ซึ่งก็ถือเป็นข้อเท็จจริงแต่ก็เพียงบางส่วนเท่านั้น เพราะแม้คุณสมบัติข้างต้นอาจทำให้ประวัติของเราสะดุดตาฝ่ายทรัพยากรบุคคลและถูก shortlisted เข้ามาสัมภาษณ์ก็จริง แต่ก็ไม่ได้การันตีว่าเราจะเป็นผู้ถูกเลือกในท้ายที่สุด ยิ่งหากลองจินตนาการดูว่าหากมีแคนดิเดตคนอื่น ๆ
ไม่ว่าเราจะเป็นคนทำงานที่กำลังชายตามองหาโอกาสใหม่ ๆ หรือเด็กจบใหม่ที่กำลังเข้าสู่โลกการทำงานเป็นครั้งแรก สิ่งหนึ่งที่พอเป็นที่รู้กันคือบริษัทยักษ์ใหญ่ต่าง ๆ ทั้งสัญชาติไทยและเทศมักจะมีแม่เหล็กขนาดใหญ่กว่าในการดึงดูดความสนใจของเรา โดยเฉพาะ “ความมั่นคง” และ
ในยุคใหม่ของการประชุม แทนที่เราจะมาโฟกัสว่าเราจะเจอกันที่ไหนอย่างไร เราสามารถที่จะโฟกัสได้มากขึ้นกับวัตถุประสงค์ของการประชุมในแต่ละครั้ง และเพื่อให้การประชุมในแต่ละครั้งมีความหมายมากขึ้นวันนี้เราจะมาพบกับ 3 รูปแบบของการประชุมในยุคใหม่ และวิธีทำให้มันออกมาดีที่สุด เราควรที่จะเปลี่ยนจากคำว่าการประชุมเป็นคำว่าการพบปะ เพราะเมื่อใช้คำว่าประชุมมันทำให้การนัดหมายต่าง
“แบบสำรวจ” หรือ “แบบสอบถาม” เป็นเครื่องมือยอดฮิตที่ถูกหยิบขึ้นมาใช้เสมอเวลาที่ต้องการสำรวจความคิดเห็น และก็เป็นเครื่องมือที่พาให้เหล่า HR หลายท่านปวดหัวไปตาม ๆ กัน
ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาที่แพลตฟอมส์สังคมออนไลน์เจ้าใหญ่อย่าง Facebook สั่นคลอนพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นการเข้ามาของกระแสวิดีโอคอนเท้นต์จาก TikTok การปกป้องการเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้งานของระบบ
งานวิจัยเรื่อง Employee Recognition หรือการทำให้พนักงานรู้สึกว่าตนเองเป็นคนสำคัญ ชี้ชัดว่าเมื่อทำอย่างถูกต้องจะสร้างประโยชน์ต่อทั้งตัวพนักงาน หัวหน้างาน ตลอดจนวัฒนธรรมองค์กร (Organizational Culture)
เมื่อเร็ว ๆ นี้หลาย ๆ ท่านคงจะได้ยินหรือได้เห็นข่าวที่โด่งดังไปทั่วโลกของ Patagonia เมื่อผู้ก่อตั้งอย่างคุณอีวอง ชูนาร์ด ประกาศบริจาคบริษัทตัวเองมูลค่าสูงกว่า
เรามักคิดว่า “ความงานยุ่ง” คือ ตัวปัญหา… แต่แท้จริงแล้ว “การยุ่งอยู่กับงานที่ไม่จำเป็น” ต่างหากที่มักนำปัญหามาให้เราภายหลัง และ “ความไม่ว่าง”









