เมื่อพูดถึงปัจจัยที่ทำให้เกิด employee engagement หรือความรู้สึกยึดโยงต่อองค์กรของพนักงาน สิ่งแรกที่แต่ละคนนึกถึงก็คงจะแตกต่างกันออกไป บ้างก็ว่าเป็นเรื่องของทีมเวิร์ค ที่ไม่ใช่เฉพาะความเข้ากันได้เมื่อทำงาน แต่ยังหมายรวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างคนในองค์กร บ้างก็ว่าเป็นเรื่องของเสน่ห์
การพัฒนาวัฒนธรรมองค์กรเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน เพราะมันคือสิ่งที่เป็นทั้งวิทยาศาสตร์และศิลปะในเวลาเดียวกัน ทำให้การพยายามใช้ข้อมูลในการวิเคราะห์วัฒนธรรมองค์กรมันจึงเป็นเรื่องที่ซับซ้อน และวันนี้เราจะมาจัดการกับความซับซ้อนนี้กันในการพัฒนาวัฒนธรรมองค์กรอย่างเป็นระบบ การที่ทุกคนในองค์กรมีความเข้าใจตรงกันถึงความคาดหวัง และมองการพัฒนานี้ไปในทิศทางเดียวกันเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก แต่ความท้าทายในด้านของวัฒนธรรมองค์กรคือการที่องค์ประกอบเหล่านั้นสามารถเป็นเรื่องที่จับต้องได้ยาก เช่น เราจะรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรเรามีวัฒนธรรมองค์กรแบบ
หลาย ๆ องค์กรเริ่มเรียกตัวเองได้ว่าเป็น Hybrid Workplace ซึ่งแน่นอนว่าเป็นความเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตามอง และเราเคยพูดถึงกันมาบ้างแล้ว แต่พอพูดว่า Hybrid
การบริหารจัดการผลการปฏิบัติงาน (Performance Management) ของทีมงาน ดูจะเป็นประเด็นที่เหล่าผู้บริหารหรือผู้จัดการให้ความสนใจเป็นพิเศษโดยเฉพาะสถานการณ์ช่วงนี้ ก็ปรากฏว่ามีหนึ่งโมเดลที่น่าสนใจเพราะง่ายต่อความเข้าใจและมีประสิทธิภาพสูง นั่นคือ The Skill-Will
เมื่อเราพูดถึง “Well-being” หรือ “สุขภาวะ” ในองค์กร เรามักนึกถึงไปถึงการได้สัมผัส ใกล้ชิดธรรมชาติ หรือ การมี
วัฒนธรรมองค์กรที่ผิดเพี้ยน จะด้วยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจออกแบบก็ดี หรือจะด้วยความที่คำนึงถึงแต่แผนกลยุทธ์จนละเลยสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “คน” ก็ดี ทั้งหมดนีัล้วนสามารถนำพาไปองค์กรไปสู่หายนะได้หลายระดับ และที่พบมากที่สุด เกิดขึ้นเร็วที่สุดคือ การไหลออกของพนักงานเก่ง
วัฒนธรรมองค์กรที่ดีต้องอาศัย 3 องค์ประกอบ เริ่มจาก Mission หรือ พันธกิจ ซึ่งหมายถึงคือเหตุผลการมีอยู่ขององค์กร ต่อมาคือ
สุขภาวะในที่ทำงานเกี่ยวข้องอย่างมากกับเรื่องของ “วัฒนธรรมและระบบในองค์กร” ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถวางรากฐานได้อย่างเป็นระบบ และเป็นรากฐานที่สำคัญอย่างมากต่อความสุขของพนักงาน และประสิทธิภาพโดยรวมของบริษัทในระยะยาวA Cup of Culture———–วัฒนธรรมองค์กรCorporate cultureOrganizational









