Work-Life Fluidity หรือ “ความลื่นไหลระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว” เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้นในปัจจุบัน โดยเป็นแนวคิดที่ก้าวข้ามจากรูปแบบเดิมของ Work-Life Balance
Category: Article
ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลง องค์กรที่ให้ความสำคัญกับ “วัฒนธรรมองค์กร” จะมีความได้เปรียบเหนือคู่แข่งในปี 2025
คนทำงานรุ่นใหม่ทั่วโลกกำลังปฏิเสธแนวคิดเดิมๆ เกี่ยวกับความสำเร็จในชีวิต และต่อต้านวัฒนธรรมการทำงานที่กดดันแบบไม่หยุดพัก
ในชีวิตการทำงานที่วุ่นวาย ความสุขมักมาจากช่วงเวลาสั้นๆ ที่หลายคนอาจมองข้าม —นี่คือ 30 ความสุขเล็กๆ ที่คุณทำให้เกิดขึ้นระหว่างวันได้
วัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็งเปรียบเสมือนกุญแจสำคัญในการเสริมสร้างความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน ส่งเสริมการมีส่วนร่วม และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมที่เป็นพิษบางประการในสภาพแวดล้อมการทำงานได้แทรกซึมเข้าสู่วิถีปฏิบัติอันเป็นปกติ ซึ่งบั่นทอนบรรยากาศการทำงานที่ดี นำไปสู่ความไม่พึงพอใจที่สั่งสมและอัตราการลาออกที่พุ่งสูงขึ้น องค์กรที่เพิกเฉยต่อปัญหาเหล่านี้ย่อมต้องเผชิญกับภาวะหมดไฟของบุคลากร
ทุกองค์กรต่างต้องการเห็นพนักงานของตนเรียนรู้และนำสิ่งที่ได้เรียนไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพในงานประจำวัน แต่ปัญหาคือหลายครั้งความรู้เหล่านั้นกลับถูกลืมไปอย่างรวดเร็วหรือไม่ได้ถูกนำไปใช้จริง แล้วเราจะทำอย่างไรให้องค์กรของเราเปลี่ยนกระบวนการเรียนรู้ให้กลายเป็นเครื่องมือสร้างการเติบโตที่แท้จริง? บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจ 3 ข้อคิดสำคัญในการสร้างการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ พร้อม 6
การเป็นผู้นำในยุคปัจจุบันต้องก้าวข้ามกรอบความคิดเก่าๆ แม้ตำแหน่งหรืออำนาจอาจช่วยเปิดประตูให้คุณได้ แต่ไม่ได้การันตีความเคารพหรือความเชื่อมั่นจากผู้อื่น
ความเข้าใจผิดอันดับที่ 1 เกี่ยวกับเรื่องวัฒนธรรมองค์กร คือ “วัฒนธรรมองค์กรเป็นเรื่องที่จับต้องไม่ได้ – มันจะดีหรือไม่ดีก็แล้วแต่โชคชะตา”
ในบรรดาเครื่องมือจัดการความขัดแย้งที่มีอยู่ โมเดล Thomas-Kilmann ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดในการทำความเข้าใจและบริหารจัดการความขัดแย้งในองค์กร

