“ทำไมน้องคนนี้ไม่มี Responsibility เลย?” หรือ “จะทำอย่างไรให้ทีมงานของเรามี Accountability นะ?” ผมเชื่อว่าทั้งสองคำนี้เป็นคำที่เราหยิบมาใช้บ่อยๆ เวลาที่จะพูดถึงอะไรก็แล้วแต่ที่เกี่ยวกับคำว่า
ในสภาวะที่องค์กรมีความเข้มข้น คาดหวังมากขึ้นต่อผลงาน ผลลัพธ์ในการดำเนินธุรกิจ ส่งผลต่อภาระงานที่เพิ่มขึ้นโดยปริยาย จึงไม่แปลกใจที่หลายๆ องค์กร กำลังเผชิญหน้ากับสภาวะที่มีพนักงานจำนวนมากเหนื่อยล้า แม้เราจะไม่สามารถห้ามให้ภาวะ Burn
การเจรจาต่อรอง เป็นศาสตร์และศิลป์อย่างนึง ที่สามารถทำได้หลากหลายรูปแบบมาก ขึ้นอยู่กับรายละเอียด เงื่อนไขของเรื่องนั้น และของคนนั้นๆ ด้วย แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด ในการเจรจาต่อรองเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่
หนึ่งในปัญหาที่มักเกิดขึ้นในห้องประชุม นอกจากประเด็นเรื่อง “การใช้เวลาในการประชุมที่มากในแต่ละสัปดาห์” ยังมีประเด็นเรื่อง “เมื่อเข้าประชุมแล้วมีเพียงผู้นำหรือผู้จัดการพูดอยู่เพียงฝ่ายเดียว” อาจจะด้วยลูกทีมไม่ได้รับโอกาสให้พูด หรือลูกทีมไม่กล้าที่จะพูดเอง บทความชิ้นหนึ่งของ Harvard
หนึ่งในสามอันดับแรกของสาเหตุที่คนลาออกจากองค์กร คือ “ อยู่ไปก็ไม่โต” การสร้างความก้าวหน้าในสายอาชีพเป็นที่รู้กันว่าสำคัญ แต่คงต้องยอมรับกันว่า หลายองค์กรยังทำเรื่องนี้ได้ไม่ดี ในยุคปัจจุบัน การสูญเสียบุคลากรสำคัญๆ
ความท้าทายอย่างหนึ่งของผู้นำองค์กรในปัจจุบันก็คือเรื่องของการบริหารคนในองค์กร ทำไมการบริหารคนในองค์กรในยุคปัจจุบัน ความท้าทายมันดูจะมากขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับเมื่อก่อน จุดนึงที่ชัดเจนก็คือ มันมีความหลากหลายของ Generataion ต่างๆ ในองค์กร
พอเราพูดถึง Culture เรามักจะได้ยินคำนึงที่ควบคู่ไปด้วย นั่นก็คือคำว่า Ritual ในความหมายของมัน หมายถึงกิจกรรมที่ทำร่วมกันของคนในองค์กร ทำอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ ซึ่งจะมีพลังมากหากได้สะท้อนความเป็นตัวตนขององค์กรมากกว่าที่จะเป็นกิจกรรมที่ทำขึ้นให้เหมือนองค์กรอื่นๆ
ในชีวิตการทำงานแต่ละวันมีทั้งเรื่องสนุกและเรื่องที่น่ากลัวให้เราลุ้นระทึกอยู่เสมอ แต่มีความกลัวอีกประเภทหนึ่งที่อยู่ภายในจิตใจลึก ๆ ซึ่งบางทีเราก็ไม่ทันสังเกตด้วยซ้ำ ซึ่งถ้าเรารู้เท่าทันก็จะส่งผลให้เกิดความได้เปรียบในการเรียนรู้และเติบโต จนส่งผลไปถึงผลการปฏิบัติงานเกินคาดหวัง ทฤษฎีหนึ่งที่จะช่วยสยบความกลัวภายในจิตใจเหล่านี้ได้ เรียกว่า Psychological









