“Learning Agility” คือคีย์สำคัญที่จะพาองค์กรไปสู่ความอยู่รอดและยั่งยืน ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นคือหลายองค์กรประสบปัญหาทีมงานขาดพลังงาน ไม่กระตือรือร้น ไม่เห็นความสำคัญของการเรียนรู้และพัฒนา ในขณะที่ทีมงานที่เราเรียกว่า Talent กำลังเรียกร้องมองหาองค์กรที่ส่งเสริมและให้ความสำคัญกับการสร้างวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตในแต่ละวัน
คำถามที่น่าสนใจคือ อะไรคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้พนักงานคนหนึ่งรู้สึกอยากเดินหน้าไปต่อกับองค์กร และอยากพัฒนาตัวเองให้เติบโตเพิ่มมากขึ้น? ข้อมูลจากการศึกษาของ Evans Consulting บริษัทที่ปรึกษาชั้นนำด้านการสร้างกลยุทธ์องค์กร ได้ทำการเก็บข้อมูลและวัดประเมินผลองค์กรชั้นนำต่างๆ และพบองค์ประกอบสำคัญ
Strategic Plan คือ แผนทีนำทางสู่ความสำเร็จ ใช้ขับเคลื่อนองค์กรและทีมงานไปสู้เป้าหมาย แต่การจะปั้นแผนให้ออกมาได้ในแต่ละครั้งไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งในมิติของความสร้างสรรค์ มิติของข้อมูลที่ต้องนำมาใช้ในการกลั่นกรอง คัดเลือกและตัดสินใจ
ภายใต้สภาวะการทำงานที่กดดัน ทั้งจากงานและจากสภาพแวดล้อมในการทำงานย่อมส่งผลกระทบต่อสุขภาวะทางจิตของคนทำงานวันนี้เรามาฟังเทคนิคการเสริมสร้าง EQ ของคนทำงาน ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นการสวมเสื้อเกราะให้บุคลากร พร้อมเผชิญต่อสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนในทุกๆ วัน Key Takeaways:1. แนวทางการเสริมสร้าง
ในยุคที่ “คนที่ใช่” หายากยิ่งกว่าทองคำ “การค้นหา การคัดเลือก และการนำคนดีคนเก่งเข้าสู่องค์กรจึงเป็นพันธกิจหลัก” ของเหล่าผู้นำ หัวหน้างาน และคนในสายงาน
Key Success Factor ของการสร้างวัฒนธรรมองค์กร ก็คือการเอาจริงเอาจังของผู้บริหารองค์กร เมื่อเรารู้แล้วว่ามันเป็นปัจจัยที่สำคัญ แล้วเราจะทำยังไงดีหากผู้บริหารไม่ได้เอาจริงเอาจังขนาดนั้น วัฒนธรรมองค์กรอาจจะประสบความสำเร็จยากถ้าท่านเหล่านั้นไม่ได้เอาด้วย วันนี้มีวิธีการมาแนะนำให้กับท่าน
หนึ่งในวิธีพัฒนาองค์กรที่ดีที่สุดก็คือการฝึกอบรมพนักงานอย่างมีประสิทธิภาพ คุณจำเป็นต้องมองว่ามันคือการลงทุนที่มีคุณค่า เพราะมันสามารถช่วยให้พนักงานของคุณมีทักษะที่จำเป็นต่อการทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
Imposter Syndrome หรืออาการที่คิดว่าตนเองไม่เก่งพอ ยังไม่ดีพอ หรือยังไม่คู่ควรกับความสำเร็จที่เกิดขึ้น









