ปัจจุบันนี้หลายองค์กรต่างให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมองค์กรมากขึ้นเรื่อยๆ แน่นอนเมื่อเราเห็นวัฒนธรรมองค์กรเป็นสิ่งที่สำคัญ “การมีพนักงานที่มี Cultural Fit ก็น่าจะเป็นเรื่องที่จำเป็นด้วยเช่นกัน” แต่น่าแปลกใจที่งานวิจัยของ Society for
หากจะพูดถึงต้นแบบของการทำงานเป็นทีมที่มีประสิทธิภาพสูง องค์กรแรกๆ ที่เรามักนึกถึงคือ “Google” แต่เบื้องหลังกลับพบว่าไม่ใช่ทุกทีมในกูเกิ้ลที่ประสบผลสำเร็จ! และทีมที่ประสบความสำเร็จไม่ใช่ทีมที่มีแต่คนเก่งๆ มาอยู่รวมกันในทีมแต่เพียงเท่านั้น ข้อสงสัยนี้จึงเป็นที่มาของการริเริ่มโปรเจค “อริสโตเติล”
ผู้นำด้าน Change Management อย่าง Prosci ได้ระบุว่า “Organizations don’t change.
องค์กรในฝันของผู้นำหลายๆ คน คงหนีไม่พ้นภาพของทีมงานที่มีประสิทธิภาพ มีความคิดสร้างสรรค์ มีความสามารถในการสร้างนวัตกรรม หรือแม้แต่มีบุคลิกการทำงานแบบ Agile แต่ภายใต้ลักษณะที่ผู้นำองค์กรพึงปราถนาเหล่านี้ อีกหนึ่งคุณสมบัติที่ควรมีควบคู่กันไปด้วย
หากชวนคุุณผู้ฟังคุยถึงเรื่อง “ประสบการณ์ในที่ทำงาน” เราอาจสามารถคุยกันได้เป็นวัน ซึ่งประสบการณ์ส่วนใหญ่ที่เราจดจำได้มักจะเป็นเรื่องที่สั่นสะเทือนความรู้สึกเราในแง่ใดแง่หนึ่ง บางคนอาจเป็นเรื่องดีที่ทำให้อยากอยู่องค์กรนี้ไปนานๆ หรือบางคนอาจเป็นเรื่องที่ทำให้อยากเก็บกระเป๋าก้าวเท้าออกไปเลยก็ได้ ใน EP139 เราจะมาดูกันว่า
เคยมีบ้างไหมตอนอยู่ในห้องประชุม เรามองเห็นจุดบอดบางอย่างแต่ไม่มีใครกล้าพูดถึงมันและเลือกที่จะปล่อยผ่าน… หรือในฐานะหัวหน้าที่เมื่อประชุมเสร็จแล้ว ทำงานไปซักพักก็เจอปัญหาที่ลูกทีมเห็นตั้งแต่ประชุมแล้วแต่ไม่กล้าบอกเราตรง ๆ ทั้งหมดนี้คือสัญญาณที่บ่งบอกว่าองค์กรของเรากำลังไม่สามารถสร้าง Psychological Safety (ความรู้สึกปลอดภัย)
ด้วยยุคสมัยที่แข่งขันกันด้วยเทรนด์ใหม่ๆ การสร้างวัฒนธรรมองค์กรแบบ STARTUP CULTURE จึงเป็นสิ่งที่ใครหลายคนให้ความสนใจมากในปัจจุบัน คำถามที่น่าสนใจคือ “วัฒนธรรมองค์กรแบบ Startup คืออะไร?
“ค่านิยม” หรือ “Core Values” เป็นจุดตั้งต้นของการสร้างวัฒนธรรมของทุกองค์กรอยู่ก็จริง แต่บ่อยครั้งค่านิยมดังกล่าว ก็ถูกวางทิ้งไว้บนหิ้ง หรือถูกหยิบมาเป็นแค่พร็อพแปะอยู่บนผนังองค์กร บนหน้าเว็บ









