ในปัญหาหนึ่งๆ คนเราสามารถใช้มายเซตของตนเองมองมันได้หลายรูปแบบ… จะมองว่ามันคือ อุปสรรค หรือจะมองมันว่าคือ “โอกาส” ก็ได้… แค่คนส่วนใหญ่ที่ประสบความสำเร็จเขามักมองเห็นประโยชน์และโอกาสจากปัญหาแค่นั้นเอง พวกเขาให้สมการของคำว่าปัญหา
ปัจจุบันพนักงานคนหนึ่งคนอาจต้องมีขั้นต่ำ 3 แอพพลิเคชั่นสำหรับติดต่องาน สำหรับส่งข้อความ อีเมล และประชุม นี่ยังไม่รวมกับที่ตอนนี้ทุก ๆ เครื่องมือทำงานถูกออกแบบมาให้มีฟังก์ชั่นการทำงานร่วมกันฝังลงไปด้วย
ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เรามักจะได้ยินคำว่า “VUCA World คือ โลกที่มีการเปลี่ยนแปลงผันผวน ไม่แน่นอน”
แผนกลยุทธ์ใด ๆ ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างข้อได้เปรียบระหว่างองค์กรเรากับคู่แข่ง แต่แผนกลยุทธ์ใด ๆ จะเวิร์คได้ต่อเมื่อเรารู้ว่าสถานะจริง ๆ ขององค์กรตอนนี้เป็นอย่างไร และตัวแปรไหนบ้างที่สำคัญกับแผนขององค์กรเรา
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหนึ่งในภารกิจที่เหล่าคนทำงานล้วนต้องเคยเผชิญกัน คือ “การนำเสนองานในที่ประชุม” ซึ่งดูเหมือนเป็นเรื่องกล้วย ๆ สำหรับบางคน แต่ในทางตรงกันข้ามกลับเป็นเรื่องสุดหินสำหรับอีกหลายคน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องความไม่มั่นใจเมื่อต้องออกไปยืนต่อหน้าผู้คนจำนวนมาก ความไม่พร้อมหรือไม่แม่นในข้อมูล
หากเราตั้งคำถามกับคน 100 คนว่า “คุณมีความรู้สึกอย่างไรกับคำว่า “ปัญหา”? เชื่อว่าเกินกว่าครึ่งหนึ่งน่าจะได้คำตอบไปในทางลบ และมีความรู้สึกว่าปัญหาเป็นสิ่งที่สร้างความรู้สึกเหนื่อยหน่าย ท้อแท้ ที่จะต้องคิดหาวิธีไปแก้ไขไปจัดการ
งานวิจัยของ Havard Business Review พบว่าสาเหตุหลักที่ทำให้การทำงานร่วมกันล้มเหลวมาจาก 1. การขาดความร่วมมือระหว่างผู้นำทีม (67%) 2.
เหตุผลสุดคลาสสิคที่ทำให้เหล่าคนทำงานตัดสินใจลาออกจากองค์กรคือ “เข้ากับเพื่อนร่วมงานไม่ได้หรือเข้ากับหัวหน้างานไม่ได้” อาจจะด้วยวิธีการทำงานไม่ตรงกัน หรือวิธีคิดอาจไปกันคนละทิศละทาง ซึ่งหลายครั้งเราลาออกไม่ได้ทันทีและจำเป็นต้องทำงานร่วมกับคนเหล่านี้อยู่… พอดคลาสต์อีพีนี้จึงอยากมาชวนคุณผู้ฟังคุยถึง 4 ขั้นตอน ในการทำงานร่วมกับคนที่ไม่ใช่แต่ต้องทำงานร่วมกันอยู่









