แผนกลยุทธ์ใด ๆ ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างข้อได้เปรียบระหว่างองค์กรเรากับคู่แข่ง แต่แผนกลยุทธ์ใด ๆ จะเวิร์คได้ต่อเมื่อเรารู้ว่าสถานะจริง ๆ ขององค์กรตอนนี้เป็นอย่างไร และตัวแปรไหนบ้างที่สำคัญกับแผนขององค์กรเรา
พวกเราทุกคนต่างเคยติดอยู่ในการประชุมแย่ๆ ไม่ว่าจะเป็นการประชุมที่คุณเข้าตรงเวลาแต่กลับเริ่มประชุมเลทไป 30 นาที เพราะต้องรอใครบางคน หรือการประชุมที่ไม่มี Agenda ไม่รู้ว่าเป้าหมายคืออะไร หรือการประชุมที่สมาชิกในที่ประชุมต่างพูดไปเรื่อยคนละทิศทางโดยไม่รู้ว่าข้อสรุปจะไปจบลงตรงไหน
เมื่อสถานการณ์ปัจจุบันเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วเหมือนเหยียบคับเร่งแบบสุดแรง การบริหารผลการปฏิบัติงาน (Performance Management) แบบเดิม ๆ อาจจะไม่ทันต่อสถานการณ์แล้ว EP434 จึงอยากจะมาชวนคุณผู้ฟังพูดคุยถึงองค์กรชั้นนำที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบการประเมิน
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหนึ่งในภารกิจที่เหล่าคนทำงานล้วนต้องเคยเผชิญกัน คือ “การนำเสนองานในที่ประชุม” ซึ่งดูเหมือนเป็นเรื่องกล้วย ๆ สำหรับบางคน แต่ในทางตรงกันข้ามกลับเป็นเรื่องสุดหินสำหรับอีกหลายคน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องความไม่มั่นใจเมื่อต้องออกไปยืนต่อหน้าผู้คนจำนวนมาก ความไม่พร้อมหรือไม่แม่นในข้อมูล
ฟีดแบคคือของขวัญ แต่ถึงกระนั้นมันก็มักถูกมองเป็นเรื่องไม่ดี การฟีดแบคสร้างความกลัว และความวิตกกังวลให้กับทีม โดยเฉพาะเมื่อฟีดแบคนั้นอยู่ในรูปแบบของการตัดสินยิ่งทำให้ผู้รับสารรู้สึกเหมือนตัวตนของเขาถูกโจมตี และที่แย่กว่านั้นคือยังมีอีกหลายองค์กรที่ใช้การฟีดแบคเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการลงโทษ ที่ทำให้เมื่อพนักงานได้รับนัดคุยฟีดแบคแบบ 1 ต่อ
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้พนักงานคนหนึ่งมีความสุขกับการตื่นไปทำงานทุกวันจันทร์ หรือมีความทุกข์เพราะไม่อยากให้วันจันทร์มาถึงเลย คือ #ความสัมพันธ์กับหัวหน้า (ซึ่งก็อาจมีปัจจัยอื่นๆ เกี่ยวข้องด้วย เช่น รายละเอียดของงาน หรือปัญหาส่วนตัว)
การที่หลายองค์กรเริ่มการ Lay-off ยกใหญ่ ประกอบกับปรากฏการณ์ Great Resignation และ quiet quitting
Data-driven เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในคำที่ได้ยินบ่อยที่สุดในยุคนี้ และองค์กรทุก ๆ ขนาด ในทุก ๆ อุตสาหกรรมต่างพากันมุ่งหน้าไปในทิศทางของ Data









