ในช่วงปีที่ผ่านมาต้องยอมรับกันอย่างตรงไปตรงมาว่า เป็นปีของการเปลี่ยนแปลงด้านวัฒนธรรมในเรื่องรูปแบบการทำงานอย่างแท้จริง โดยเฉพาะในด้านความคาดหวังต่อประสิทธิภาพการทำงานของคนในองค์กร หรือที่เราพูดกันติดปากกันว่า “Productivity” คำนี้ก่อให้เกิดให้วัฒนธรรมองค์กรที่ชื่อว่า “Productivity Culture” ขึ้นอย่างเงียบๆ
การฟีดแบคแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้นเป็นเรื่องที่พบได้เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งก็มีสาเหตุที่เป็นไปได้หลากหลาย แต่หนึ่งในสาเหตุที่หลายคนพลาดกันคือ ช่องทางการให้ฟีดแบค และมันส่งผลอย่างมหหาศาลต่อผลลัพท์ที่จะเกิดขึ้น ดังนั้นวันนี้เราจะมาดูกันว่าฟีดแบคแบบไหนควรพิมพ์ แบบไหนควรคุย A Cup
เมื่อองค์กรมีชุดพฤติกรรมที่อยากเห็นซึ่งสอดคล้องกับค่านิยมองค์กรแล้ว ขั้นตอนถัดไปคือ “ทำให้ชุดพฤติกรรมเหล่านี้เกิดขึ้นจริงในชีวิตการทำงานของพนักงาน” ซึ่งจุดนี้นับเป็นปัญหาหนักใจที่หลายองค์กรต่างพากันขบคิดว่าจะทำอย่างไรดี…!? พอดคาสต์ในอีพีล่าสุดนี้ มีคำตอบ… A Cup of
หากเราตั้งคำถามกับคน 100 คนว่า “คุณมีความรู้สึกอย่างไรกับคำว่า “ปัญหา”? เชื่อว่าเกินกว่าครึ่งหนึ่งน่าจะได้คำตอบไปในทางลบ และมีความรู้สึกว่าปัญหาเป็นสิ่งที่สร้างความรู้สึกเหนื่อยหน่าย ท้อแท้ ที่จะต้องคิดหาวิธีไปแก้ไขไปจัดการ
เมื่อใดก็ตามที่ “สิ่งที่เราคาดหวัง” กับ ”สิ่งที่เกิดขึ้นจริง” มันมีช่องว่างหรือมันไม่บรรจบกัน เมื่อนั้นมักจะนำพาคำว่า “ปัญหา” เข้ามาในชีวิตของเราเสมอ ซึ่งกระบวนการแก้ปัญหานั้นมีระบบระเบียบ
ในปัญหาหนึ่งๆ คนเราสามารถใช้มายเซตของตนเองมองมันได้หลายรูปแบบ… จะมองว่ามันคือ อุปสรรค หรือจะมองมันว่าคือ “โอกาส” ก็ได้… แค่คนส่วนใหญ่ที่ประสบความสำเร็จเขามักมองเห็นประโยชน์และโอกาสจากปัญหาแค่นั้นเอง พวกเขาให้สมการของคำว่าปัญหา
ปัจจุบันพนักงานคนหนึ่งคนอาจต้องมีขั้นต่ำ 3 แอพพลิเคชั่นสำหรับติดต่องาน สำหรับส่งข้อความ อีเมล และประชุม นี่ยังไม่รวมกับที่ตอนนี้ทุก ๆ เครื่องมือทำงานถูกออกแบบมาให้มีฟังก์ชั่นการทำงานร่วมกันฝังลงไปด้วย
ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เรามักจะได้ยินคำว่า “VUCA World คือ โลกที่มีการเปลี่ยนแปลงผันผวน ไม่แน่นอน”









