ในบริบทขององค์กร Empathy หมายถึง ความสามารถที่เราจะเข้าใจกันและกัน ไม่ใช่เรื่องของเนื้อหาสาระหรือเหตุผลเบื้องหลังอย่างเดียว แต่อาจรวมไปถึงการรับรู้ความรู้สึกของผู้คน ทั้งเนื้อหาและความรู้สึก สองส่วนนี้สำคัญทั้งคู่ หากคนที่เป็นผู้นำแสดงออกถึงความพยายามรับรู้ถึง
เมื่อคนเก่งในองค์กรลาออกไป อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจและงานต่างๆ ในองค์กรไม่มากก็น้อย การที่เรารักษาคนเก่งไว้ไม่ได้ ก่อให้เกิดงบประมาณในการสรรหาและพัฒนาคนใหม่ๆ ขึ้นมาทดแทน นอกจากนั้นยังส่งผลต่อแรงจูงใจของคนที่เหลืออยู่ และผู้นำทุกๆ องค์กรคงไม่อยากสูญเสียคนเก่งไป
หัวใจสำคัญของธุรกิจส่วนใหญ่ คือ ลูกค้า การที่จะดูแลลูกค้าอย่างดี การเอาใจใส่ ต่อความพึงพอใจของลูกค้า จึงเป็นเรื่องที่ถูกพัฒนามาโดยตลอด ซึ่งความท้าทายสำคัญในปัจจุบัน คือ
คำถามที่น่าสนใจคือ ในเมื่อความรู้ทุกอย่างในปัจจุบันอยู่ในมือถือของคน Gen Z หมดแล้ว พนักงาน GenZ ยังต้องการ Workshop
ความเชื่อหรือความคาดหวังเดิมที่ว่า “ ผู้นำทำผิดไม่ได้ ทำพลาดไม่เป็น” กลายเป็นโซ่ตรวนเส้นใหญ่ ที่คล้องคอรัดแขนผู้นำในองค์กรมากมาย และส่งผลกระทบทางลบอย่างไม่น่าเชื่อ สิ่งที่ผู้นำยุคใหม่ควรฝึกปฏิบัติและทำอย่างสม่ำเสมอ คือ
"ไม่ว่าเราจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม วัฒนธรรมองค์กรจะเกิดขึ้นอยู่ดี ทำไมเราไม่มาสร้างวัฒนธรรมองค์กรในแบบที่เราอย่างเห็นกันละ” สำหรับท่านที่ติดตามเพจเรามาสักระยะ จะพบว่าประโยคด้านบนนี้เราใช้จนเริ่มเป็น cliché แต่…
ถ้าต้นทุนเวลา ไม่สามารถประเมินค่าได้ เรามาใช้เวลาในการประชุมให้คุ้มค่า ด้วย Framing for Meeting เพียง 5
ในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง องค์กรต่าง ๆ ต่างแสวงหาวิธีที่จะมีข้อเปรียบเหนือคู่แข่งอยู่เสมอ ในขณะที่ปัจจัยด้านการเข้าถึงข้อมูล แหล่ง supplier เริ่มมีผลน้อยลงเรื่อย ๆ









