การสร้างพื้นที่ปลอดภัย ในแง่ของคำว่า Safe Space กับคำว่า Psychological Safety มีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร แล้วหากเราต้องการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เกิดขึ้นในระยะยาว
ประสบการณ์ที่พนักงานได้รับจากที่ทำงานเป็นสิ่งสำคัญที่ส่งผลต่อความรู้สึกของพนักงานที่มีต่อองค์กร และนำไปสู่ความรู้สึกอยากอยู่และเติบโตไปกับองค์กร หรืออยากที่จะจากไปให้เร็วที่สุดที่เป็นไปได้ เนื่องจากความคาดหวังของพนักงานที่มีต่อองค์กรนั้นไม่ใช่แค่เรื่องของสวัสดิการ เงินเดือน หรือผลตอบแทนต่าง ๆ แต่เป็นสภาพแวดล้อมและวัฒนธรรมในการทำงานที่ดี ผลการสำรวจจาก
MBTI หรือ แบบวัดบุคลิกภาพโดย Myers และ Briggs กลายเป็นกระแสในโลกออนไลน์ที่มีการพูดถึงและแชร์ผ่านมาเฟสบุ๊คอย่างมากมายในขณะนี้ และมีหลายองค์กรนำมาใช้ทดสอบรับคนเข้าทำงาน แต่ก็มีกระแสไม่เห็นด้วยหลายส่วนที่ให้เหตุผลว่า
ปัจจุบันนี้หลายองค์กรต่างให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมองค์กรมากขึ้นเรื่อยๆ แน่นอนเมื่อเราเห็นวัฒนธรรมองค์กรเป็นสิ่งที่สำคัญ “การมีพนักงานที่มี Cultural Fit ก็น่าจะเป็นเรื่องที่จำเป็นด้วยเช่นกัน” แต่น่าแปลกใจที่งานวิจัยของ Society for
หากจะพูดถึงต้นแบบของการทำงานเป็นทีมที่มีประสิทธิภาพสูง องค์กรแรกๆ ที่เรามักนึกถึงคือ “Google” แต่เบื้องหลังกลับพบว่าไม่ใช่ทุกทีมในกูเกิ้ลที่ประสบผลสำเร็จ! และทีมที่ประสบความสำเร็จไม่ใช่ทีมที่มีแต่คนเก่งๆ มาอยู่รวมกันในทีมแต่เพียงเท่านั้น ข้อสงสัยนี้จึงเป็นที่มาของการริเริ่มโปรเจค “อริสโตเติล”
ผู้นำด้าน Change Management อย่าง Prosci ได้ระบุว่า “Organizations don’t change.
องค์กรในฝันของผู้นำหลายๆ คน คงหนีไม่พ้นภาพของทีมงานที่มีประสิทธิภาพ มีความคิดสร้างสรรค์ มีความสามารถในการสร้างนวัตกรรม หรือแม้แต่มีบุคลิกการทำงานแบบ Agile แต่ภายใต้ลักษณะที่ผู้นำองค์กรพึงปราถนาเหล่านี้ อีกหนึ่งคุณสมบัติที่ควรมีควบคู่กันไปด้วย
หากชวนคุุณผู้ฟังคุยถึงเรื่อง “ประสบการณ์ในที่ทำงาน” เราอาจสามารถคุยกันได้เป็นวัน ซึ่งประสบการณ์ส่วนใหญ่ที่เราจดจำได้มักจะเป็นเรื่องที่สั่นสะเทือนความรู้สึกเราในแง่ใดแง่หนึ่ง บางคนอาจเป็นเรื่องดีที่ทำให้อยากอยู่องค์กรนี้ไปนานๆ หรือบางคนอาจเป็นเรื่องที่ทำให้อยากเก็บกระเป๋าก้าวเท้าออกไปเลยก็ได้ ใน EP139 เราจะมาดูกันว่า









