หลายปีที่ผ่านมา “Employee Engagement” เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่องค์กรให้ความสำคัญที่สุด เราวัดคะแนนความผูกพันของพนักงาน จัดกิจกรรม สร้างแรงจูงใจ และหวังว่าคนจะอยากอยู่กับองค์กรไปนานๆแต่ในโลกการทำงานปัจจุบัน แค่คน
มีคนเคยเปรียบเทียบเอาไว้ว่า การเลื่อนตำแหน่งขึ้นมาเป็น New Manager หรือผู้จัดการมือใหม่ ก็ไม่ต่างอะไรกับการเป็น “แซนด์วิช” ที่อยู่ๆ ก็ต้องรับแรงกดดันรอบทิศทาง
สิ่งที่ทำให้ James L. Heskett แตกต่างจากนักเขียนเรื่องวัฒนธรรมองค์กรคนอื่น คือเขาไม่ได้มองวัฒนธรรมจากมุมของแรงบันดาลใจหรือภาวะผู้นำเป็นหลัก แต่ใช้ตรรกะแบบนักเศรษฐศาสตร์ เขาสนใจว่า วัฒนธรรมลดต้นทุน
“ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง” จะไม่เกิดขึ้นจริง… ถ้าเป็นหน้าที่ของแค่ฝ่ายขายหรือบริการ เพราะในโลกธุรกิจยุคนี้ ความคาดหวังของลูกค้าไม่ได้ขึ้นบันได แต่ขึ้นลิฟต์สูงขึ้นทุกวัน! การจะสร้างประสบการณ์ที่เหนือความคาดหวังจนลูกค้า “รัก” ได้นั้น
วัฒนธรรมองค์กรที่ดี มีหน้าตาเป็นอย่างไร? หลายองค์กรมักจะนิยามสิ่งนี้ผ่านค่านิยมหรูหราที่แปะไว้ตามฝาผนัง หรือเขียนไว้ในคู่มือพนักงาน แต่ในความเป็นจริง วัฒนธรรมองค์กร ที่แท้จริงไม่ได้วัดกันที่ตัวอักษร แต่มันสะท้อนออกมาผ่านพฤติกรรมเล็ก ๆ
บ่อยครั้งที่อาการคิดงานไม่ออก สมองเบลอ หรือความรู้สึกเฉื่อยชา ไม่ได้มาจากการที่ “งานเยอะ” เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากระบบอารมณ์ของเรากำลังเผชิญภาวะ Emotional Overload
วัฒนธรรมองค์กรที่ดีไม่ใช่องค์กรที่ไม่มีปัญหา แต่คือองค์กรที่ความจริงเดินทางได้เร็วพอ... คนกล้ารับผิดได้มากพอ...
หลายครั้งที่เรามุ่งแก้ปัญหาที่ตัวเลข ยอดขาย หรือโปรดักต์ จนลืมไปว่า “วัฒนธรรมองค์กร” ที่เป็นรากฐานกำลังส่งสัญญาณเตือนภัยขั้นวิกฤต! ถ้าปล่อยไว้เฉย ๆ แม้แต่คนเก่งที่สุดก็รักษาไว้ไม่ได้









