Toxic Culture หมายถึงสิ่งแวดล้อมในการทำงานที่ส่งผลเสียให้กับพนักงาน เป็นการบั่นทอนบรรยากาศในการทำงานที่ดี สังเกตได้จากการสื่อสารที่ไม่ค่อยดี ความเครียดที่มีมาก แรงจูงใจในการทำงานไม่ดี และที่สำคัญนำไปสู่
Category: Culture Crush
องค์การอนามัยโลกได้กำหนดความหมายของคำว่า Burnout คือ กลุ่มอาการที่เกิดจากความเครียดสะสมในที่ทำงาน และบุคคลที่มีอาการเหล่านี้มักจะบริหารจัดการไม่ได้ และผลกระทบชัดเจนนั่นก็คือส่งผลต่องาน ส่งผลต่อ Engagement
การสร้างวัฒนธรรมองค์กร เป็นการเปลี่ยนแปลงในวงกว้าง ซึ่งธรรมชาติของมนุษย์โดยส่วนใหญ่มักจะไม่ชอบความเปลี่ยนแปลง เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ความไม่แน่นอนก็ตามมา ถ้าเราไม่บริหารจัดการให้ดี เป้าหมายของการเปลี่ยนแปลงก็อาจจะยาก ทำให้เกิดแรงเสียดทาน
ในบริบทขององค์กร Empathy หมายถึง ความสามารถที่เราจะเข้าใจกันและกัน ไม่ใช่เรื่องของเนื้อหาสาระหรือเหตุผลเบื้องหลังอย่างเดียว แต่อาจรวมไปถึงการรับรู้ความรู้สึกของผู้คน ทั้งเนื้อหาและความรู้สึก สองส่วนนี้สำคัญทั้งคู่
เมื่อคนเก่งในองค์กรลาออกไป อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจและงานต่างๆ ในองค์กรไม่มากก็น้อย การที่เรารักษาคนเก่งไว้ไม่ได้ ก่อให้เกิดงบประมาณในการสรรหาและพัฒนาคนใหม่ๆ ขึ้นมาทดแทน นอกจากนั้นยังส่งผลต่อแรงจูงใจของคนที่เหลืออยู่ และผู้นำทุกๆ
หัวใจสำคัญของธุรกิจส่วนใหญ่ คือ ลูกค้า การที่จะดูแลลูกค้าอย่างดี การเอาใจใส่ ต่อความพึงพอใจของลูกค้า จึงเป็นเรื่องที่ถูกพัฒนามาโดยตลอด ซึ่งความท้าทายสำคัญในปัจจุบัน
แน่นอนว่าเป็นมิติที่ต้องทำอยู่แล้ว แต่เท่านั้นคงยังไม่พอสำหรับองค์กรที่ต้องการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง หากเราส่งเสริมและขับเคลื่อนวัฒนธรรมเรื่อง Learning ในองค์กร จนเป็นเรื่องปกติ การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ก็จะเกิดขึ้น และการเรียนรู้ของคนภายในองค์กร
ในการสร้าง Employer Brand ผลลัพธ์ที่หลายองค์กรต้องการคือดึงดูด Talent เข้ามา โดยพยายามสร้างและสะท้อนออกไปตามกระแสนิยม แต่อาจมองข้ามความเป็นตัวตนขององค์กร
การมีวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแรงจากภายใน เป็นเสียงสะท้อนที่สำคัญไปสู่ความเป็นแบรนด์เพราะกว่าจะเป็นสินค้า และบริการล้วนเกิดจากการทำงาน ความเชื่อ วิธีคิดต่างๆ ของคนภายในที่ส่งออกไป Podcaster: บอล










