“การประชุม” กับ “คนทำงาน” ดูจะเป็นของคู่กันที่แยกจากกันยากเหลือเกิน การศึกษาของ Harvard Business Review
Category: Culture
ในช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมา ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการนำระบบ AI มาใช้ในชีวิตประจำวันมากยิ่งขึ้น
ในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การประชุมทำหน้าที่เป็นหัวใจสำคัญของการสื่อสารในองค์กร นอกเหนือจากหน้าที่หลักในเชิงการบริหารจัดการและติดตามงานแล้ว การประชุมยังมีศักยภาพแฝงในการเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กร การผสมผสานค่านิยม (core values) องค์กรเข้ากับการประชุมไม่เพียงแต่ช่วยให้เกิดความสอดคล้องกันของการทำงานกับวัฒนธรรมองค์กรเท่านั้น
ในโลกธุรกิจ Value statement ของบริษัทมักถูกมองว่าเป็นภาพสะท้อนของ character และความจริงใจของบริษัท อย่างไรก็ตาม Value
ในโลกยุคดิจิตัลที่มีการติดต่อกันแทบจะตลอดเวลา มันไม่มีองค์ประกอบไหนที่สำคัญกับวัฒนธรรมองค์กรมากกว่าการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ แต่ก็น่าแปลกใจที่ธุรกิจจำนวนมากประสบปัญหาพื้นฐานนี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งนำไปสู่ปัญหาที่ใหญ่ขึ้นที่อาจทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง และขาดขวัญกำลังใจ จากความเครียดเงียบ ๆ ของการสื่อสารที่ไม่มีประสิทธิภาพ
คำว่า “Burnout” หรือ “หมดไฟ” มักถูกมองว่าเป็นปัญหาเฉพาะบุคคล แต่การศึกษาล่าสุดพบว่าปัจจัยตัวสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะหมดไฟมาจาก “เงื่อนไขเชิงลบจากระบบการทำงาน” ตัวอย่างเช่น
วัฒนธรรมองค์กรเป็นสิ่งที่สามารถดึงมาได้ทั้งข้อดี และข้อเสียของพนักงานเรา วัฒนธรรมองค์กรที่ดีช่วยเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และ productivity ในขณะที่ Culture
วัฒนธรรมในที่ทำงานที่ประสบความสำเร็จเป็นเรื่องสำคัญต่อการเติบโตและการพัฒนาโดยรวมขององค์กร สามารถเพิ่มความพึงพอใจของพนักงาน productivity และ employee retention ได้ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญต่อประกอบการของบริษัท
วัฒนธรรมองค์กร คือ ชุดของค่านิยม ความเชื่อ และแนวปฏิบัติที่มีร่วมกัน ซึ่งกำหนดสภาพแวดล้อมในการทำงานของบริษัท การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่งเป็นองค์ประกอบสำคัญสำหรับความสำเร็จขององค์กร เพราะมันมีอิทธิพลต่อการมีส่วนร่วมของพนักงาน










