หนึ่งในข่าวที่ร้อนแรง สื่อชั้นนำทั่วโลกพร้อมใจกันตีพิมพ์ และถูกนำไปพูดถึงเป็นวงกว้างที่สุดในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา คงจะหนีไม่พ้นการที่คุณ Sundar Pichai, CEO ของ
Category: HR Guide
หากคุณเชื่อว่า “การฝึกอบรมแล้วเข้า class เรียนรู้ทักษะต่าง ๆ เป็นวิธีการเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร” แล้วล่ะก็.. คุณยังอาจมาไม่ถูกทางของการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กรอย่างแท้จริงจากคำบอกเล่าของเหล่า
การเผชิญกับ The Great Resignation หรือ ปรากฏการณ์ที่พนักงานลาออกจำนวนมาก ในระลอกของการผ่านวิกฤต Covid-19
เชื่อหรือไม่ว่าความรู้และทักษะส่วนใหญ่ที่เราต้องใช้เพื่อทำงานให้ดี หากไม่ใช่อาชีพเฉพาะทาง เช่น แพทย์ วิศวกร หรือนักกฎหมาย ล้วนไม่ใช่สิ่งที่เราได้ร่ำเรียนมาจากโรงเรียน หรือมหาวิทยาลัย
ในช่วงของการ Work from Home แม้ว่าคนทำงานอย่างเราจะได้ความยืดหยุ่นในชีวิตเพิ่มมากขึ้น แต่ปัญหาที่คนส่วนใหญ่พบเจอคือ #การมีภาระงานเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย และนั่นก็ทำให้ความยืดหยุ่นที่ได้เพิ่มขึ้นมาถูกใช้ไปกับการทำงานอยู่ดี
เป็นที่ทราบกันดีว่าในยุคนี้การจะหาคนเก่ง ๆ เข้าองค์กรมันเป็นเรื่องที่ยากมาก ๆ โดยเฉพาะกับพนักงานที่เป็นคนรุ่นใหม่ ซึ่งกลุ่มนี้มักจะคาดหวังฐานเงินเดือนที่สูงกว่ากลุ่มอื่น และแม้เราจะได้พนักงานรุ่นใหม่เข้ามาร่วมองค์กรแล้วก็ตาม พวกเขาก็ยังมีโอกาสสูงมากที่จะลาออกไปทำงานที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า
องค์กรดี ๆ ไม่เคยหยุดที่จะมองหาคนเก่ง ๆ มาร่วมงานด้วย… องค์กรที่ไปไกลกว่านั้นตระหนักว่าอดีตพนักงาน อาจเป็นว่าที่ลูกค้า business
เมื่อพูดถึงปัจจัยที่ทำให้เกิด employee engagement หรือความรู้สึกยึดโยงต่อองค์กรของพนักงาน สิ่งแรกที่แต่ละคนนึกถึงก็คงจะแตกต่างกันออกไป บ้างก็ว่าเป็นเรื่องของทีมเวิร์ค ที่ไม่ใช่เฉพาะความเข้ากันได้เมื่อทำงาน แต่ยังหมายรวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างคนในองค์กร
นอกเหนือจากเรื่องการกลับเข้าไปทำงานที่ออฟฟิศ อีกประเด็นหนึ่งที่ได้รับผลกระทบไม่แพ้กัน แต่ไม่ได้รับการพูดถึงนักจะเป็นเรื่องของการทำงานนอกสถานที่ วันนี้เราจะมาดูกันว่าในการที่โควิดได้เปลี่ยนวิถีการเข้าออฟฟิศไปอย่างตลอดการ แล้วการทำงานนอกสถานที่ล่ะ จะเป็นอย่างไรตั้งแต่สองปีที่ผ่านมา นอกเหนือจากการต้องทำงานที่บ้านแล้ว เรายังพบกับการถูกจำกัดการเดินทางทั้งใน










