ปี 2022 เป็นปีที่จะมีความเปลี่ยนแปลงหลาย ๆ อย่างเกิดขึ้นในโลกธุรกิจ และในสภาวะแบบนี้เองทำให้การหันมาใส่ใจวัฒนธรรมองค์กรก็เริ่มกลายเป็นไฮไลต์หนึ่งของปีนี้ ในฐานะที่ปรึกษาในด้านนี้ทาง A
Category: Culture
วัฒนธรรมองค์กร เกิดจากปฏิสัมพันธ์ของผู้คนที่ทำงานร่วมกัน นั่นทำให้วัฒนธรรมองค์กรเต็มไปด้วยตัวแปรมนุษย์ที่ซับซ้อน และยุ่งเหยิง จนไม่รู้จะเริ่มต้นพัฒนามันอย่างไร วันนี้กับ A Cup
ช่วงสิบปีหลังมานี้สังเกตได้ว่าหลาย ๆ องค์กรให้ความสำคัญกับการสร้าง “Mission-Driven Workplace” มากขึ้นเป็นลำดับแรก ๆ กล่าวคือ
หนึ่งในหลายวิธีสู่การขับเคลื่อนวัฒนธรรมองค์กรไปสู่ภาพที่ผู้บริหารใฝ่ฝันและมุ่งมั่นจะทำให้สำเร็จ คือ การใช้กลยุทธ์น้ำซึมบ่อทรายผ่านบรรดา change agent ภายในองค์กรที่ได้รับการคัดเลือก บ่มเพาะ และฝากความคาดหวังไว้
โลกได้เข้าสู่ยุคของการทำงานแบบ Hybrid Workplace ปีนี้เป็นปีที่สองแล้ว และการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ สำหรับเหล่าองค์กรที่ต้องปรับตัวให้สอดรับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในด้านของวิถีการทำงานแบบใหม่ที่เต็มไปด้วยตัวแปรที่หลากหลาย
หากเรามองเรื่องการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายในองค์กร (Knowledge Sharing) เป็นแค่เพียงเรื่องที่ “ถ้ามีก็ดี…หรือถ้าไม่มีก็ได้…” ขอบอกไว้เลยว่าองค์กรของท่านคงต้องทำงานหนักขึ้นมากแน่ ๆ ทั้งในเชิงของพนักงานหรือตัวองค์กรเอง
คำว่า “ทำงานแบบครอบครัว” ดูเป็นคำที่ช่วยสร้างอารมณ์หวานชื่นให้กับองค์กร เพราะข้อดีของมันคือ การช่วยสร้าง sense of belonging
เป็นธรรมเนียมทุกต้นปีไปเรียบร้อยแล้ว ที่เพจ A Cup of Culture จะมาชวนคุณผู้อ่านพูดคุยถึงเทรนด์ต่าง ๆ
หนึ่งในปัญหาใหญ่ที่สุดที่ผู้นำต้องพบเจอเมื่อกลับมามองวัฒนธรรมตัวเองคือ ความ Toxic ที่เกิดขึ้นในรูปแบบต่าง ๆ และส่วนใหญ่มักจะเป็นสัญญาณที่ผู้นำไม่ค่อยสังเกต จนกว่ามันจะถึงจุดที่อันตรายกับองค์กร แต่ข่าวดีคือ










