บางองค์กรใจป้ำแจกวงเงินช็อปปิ้ง-ท่องเที่ยว (Lifestyle Stipend) ให้พนักงานเอาไปใช้ตามใจชอบแบบฟินๆ — แต่ในขณะเดียวกัน กระแส “สวัสดิการดูแลใจ” (Mental Health Benefit) อย่างการแจกสิทธิ์พบจิตแพทย์ฟรี หรือวันลาพักใจ ก็มาแรงจนขึ้นแท่นสวัสดิการที่คนรุ่นใหม่มองหามากที่สุด!
คำถามคือ… ระหว่าง “เงินช็อปปิ้งที่สร้างความสุขทันที” กับ “ความอุ่นใจที่มีคนดูแลสุขภาพจิต” องค์กรยุคนี้ควรเลือกเปย์ไปที่ฝั่งไหน ถึงจะได้ใจพนักงานและลดอัตราการลาออกได้จริง?
✦ Key Takeaways:
① งานวิจัยจาก HBR และสถาบันระดับโลกชี้ชัดว่า พนักงานยุคนี้เผชิญภาวะ Burnout สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และกว่า 70% ของคนรุ่นใหม่พร้อมจะย้ายงานทันที หากเจอองค์กรที่ให้สวัสดิการด้าน Mental Health ที่ดีกว่า
② สวัสดิการจะไร้ค่า ถ้าวัฒนธรรมองค์กรยังท็อกซิก —สิ่งสำคัญที่สุดจึงไม่ใช่แค่ตัวสวัสดิการ แต่คือการสร้าง Psychological Safety (ความปลอดภัยทางจิตวิทยา) ในทีม
③ ทางออกยุคใหม่คือ “ยืดหยุ่นและให้อิสระ” (Flexible Well-being) องค์กรไม่ต้องเลือกข้างระหว่างเงินช็อปปิ้งหรือการดูแลใจ แต่ควรเปลี่ยนมาใช้โมเดล “แจกวงเงินยืดหยุ่น” แล้วเปิดหมวดหมู่ให้กว้าง เพื่อให้พนักงานได้มี Autonomy ในการเลือกเอง
A Cup of Culture
────
ที่ปรึกษาด้านวัฒนธรรมองค์กร
Company Culture
Corporate Culture
.
.







