เคยรู้สึกไหมว่ามีคนบางคนพยายามควบคุมคุณ? หรือคำที่เราคุ้นชินคือ Manipulator ซึ่งเขาอาจเป็นได้เพื่อนร่วมงาน หัวหน้า หรือแม้แต่คนใกล้ตัว (Manipulator หมายถึง ‘ผู้ปลุกปั่น’ หรือ ‘ผู้บงการ’ คนประเภทนี้จะพยายามใช้เทคนิคบางอย่างในการปั้นแต่งคำพูดหรือสร้างสถานการณ์ เพื่อบงการคนอื่นให้ทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการ)
ในที่ทำงานที่มี วัฒนธรรมองค์กร (Organizational Culture) ที่ส่งเสริมเรื่องความรู้สึกปลอดภัยทางจิตใจ และความเป็นธรรม จะช่วยให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปราศจากอิทธิพลด้านลบจาก Manipulator ทั้งหลาย // แต่ในทางตรงกันข้ามหากองค์กรเรายังไม่มีละ
วันนี้ผมเลยจะมาชวยคุณถึง 8 เทคนนิครับมือกับจอมบงการได้โดยไม่ต้องมีการเถียงหรือตอบโต้ให้เหนื่อยใจ?
🛑 1) ใช้ภาษากายที่ไม่ตอบสนอง (Non-Reactive Body Language)
“ภาษากายสื่อสารได้มากกว่าคำพูด” จอมควบคุมบงการทั้งหลายจึงมักแสวงหาปฏิกิริยาตอบสนองจากคุณ ถ้าคุณไม่ให้อารมณ์กับพวกเขา พวกเขาก็จะหมดพลัง
ในสภาพแวดล้อมขององค์กร การควบคุมภาษากายช่วยป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งทวีความรุนแรง การรักษาสายตาให้นิ่ง สงบ และไม่มีท่าทีหวั่นไหว เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการรักษาความเป็นมืออาชีพของตัวคุณ
ลองฝึกการใช้ภาษากายให้เป็นกลาง เช่น การยืนตัวตรง ไม่เขย่าแขนหรือขา และรักษาท่าทีที่ผ่อนคลาย สิ่งเหล่านี้ช่วยลดโอกาสที่คุณจะถูก Manipulator ใช้ปฏิกิริยาของเรามาเป็นข้อได้เปรียบ
🤫 2) ใช้พลังของความเงียบ (Using the Power of Silence)
บางครั้ง… “ความเงียบ” ก็เป็นคำตอบที่ทรงพลังที่สุด ลองคิดดู ถ้าคุณไม่พูดอะไรเลย คนที่พยายามควบคุมคุณจะไม่มีอะไรให้เล่นต่อ พวกเขาอาจสับสน หรืออาจเลิกล้มความพยายามไปเอง
ในวัฒนธรรมองค์กรที่ดี พนักงานควรมีอิสระในการเลือกได้ว่าจะสื่อสารเมื่อใด และไม่ถูกบังคับให้ตอบสนองต่อสถานการณ์ที่อึดอัด ข้อดีอีกอย่างคือ ความเงียบยังช่วยให้เรามีเวลาประเมินสถานการณ์ ขณะเดียวกันความเงียบของเราก็เหมือนเป็นการให้เวลาอีกฝ่ายต้องพิจารณาคำพูดของตัวเองด้วย ซึ่งพวกเขาอาจลดความพยายามในการ Manipulate
🌬️ 3) ควบคุมลมหายใจ (Controlled Breathing)
สิ่งหนึ่งที่ Manipulator ทั้งหลายพยายามทำคือ กระตุ้นอารมณ์ของเราให้ร้อน หรือ “ของขึ้น” แต่เมื่อเราควบคุมลมหายใจได้ดี จะทำให้เรารักษาความสงบได้ และส่งสัญญาณว่าเราจะไม่ตกเป็นเหยื่อของพวกเขา
ในองค์กรที่มีวัฒนธรรมที่แข็งแกร่ง การจัดการอารมณ์และความเครียดผ่านเทคนิคการหายใจช่วยส่งเสริมให้เกิดบรรยากาศการทำงานที่สงบและเป็นมืออาชีพ การฝึกหายใจลึก ๆ เข้าไปทางจมูก ค้างไว้สัก 2-3 วินาที และปล่อยออกทางปากอย่างช้า ๆ สามารถช่วยให้เรารับมือกับสถานการณ์ตรงหน้าได้ดีขึ้น และยังช่วยให้คุณตัดสินใจได้ดีขึ้นและไม่เผลอแสดงปฏิกิริยาออกไปโดยไม่จำเป็น
🎭 4) แสดงสีหน้าที่เป็นกลาง (Maintaining a Neutral Facial Expression)
ใบหน้าคือหน้าต่างของอารมณ์ ถ้าคุณเผลอแสดงสีหน้าที่เผยให้เห็นว่าคุณกำลังเครียด หรือไม่มั่นใจ คนที่พยายามควบคุมคุณจะใช้มันเป็นจุดอ่อน แต่ถ้าคุณรักษาสีหน้าที่สงบ พวกเขาจะไม่รู้ว่าคุณคิดอะไรอยู่ และนั่นเป็นข้อได้เปรียบของคุณ!
การฝึกสีหน้าให้สงบนิ่งช่วยให้เราดูเป็นมืออาชีพ และยังช่วยให้เราไม่ถูกควบคุมทางอารมณ์ง่ายๆ เทคนิคนี้สำคัญมาก โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมขององค์กรที่ต้องการความเป็นมืออาชีพ
🔥 5) เชื่อมั่นในตัวเอง (Embracing Self-Assurance)
เชื่อไหม? คนที่มั่นใจในตัวเอง จะไม่ตกเป็นเหยื่อของการควบคุมได้ง่าย ๆ คุณไม่จำเป็นต้องพูดเสียงดังหรือเถียงกลับ แค่มีความมั่นใจในจุดยืนของคุณก็พอ และการแสดงออกถึงความมั่นใจยังสามารถสะท้อนผ่านท่าทาง การแต่งกาย และการสื่อสารทางสายตา การทำเช่นนี้ในองค์กรช่วยสร้างบรรยากาศที่เป็นมืออาชีพและลดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม
ในองค์กรที่ดี ผู้นำควรส่งเสริมให้พนักงานเชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเอง
🧘♂️ 6) ฝึกสติและสมาธิ (Practicing Mindfulness)
การฝึกสติช่วยให้เราตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างมีเหตุผลแทนที่จะตอบสนองด้วยอารมณ์ ซึ่งจอมบงการมักใช้โอกาสที่เราอ่อนไหวเพื่อเข้าควบคุม แต่หากเรามีสติและอยู่กับปัจจุบัน จะทำให้พวกเขาไม่สามารถมีอิทธิพลเหนือเราได้ และการมีสติยังช่วยให้คุณเลือกที่จะไม่ตอบสนองอย่างรีบร้อนอีกด้วย
องค์กรที่สนับสนุนการฝึกสติ มักมีพนักงานที่รับมือกับปัญหาได้ดี และสามารถรักษาความสงบในสถานการณ์ที่ตึงเครียดได้
🚧 7) กำหนดขอบเขตที่ชัดเจน (Establishing Personal Boundaries)
บางครั้งคุณต้องให้คนอื่นรู้ว่าพวกเขาข้ามเส้นมาแล้ว! ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวหรือเรื่องงาน ถ้าคุณยืนหยัดในขอบเขตของตัวเอง คนอื่นจะรับรู้ว่าคุณไม่ใช่คนที่ควบคุมได้ง่าย ๆ
ที่ทำงานที่ดีควรสนับสนุนให้พนักงานเคารพพื้นที่ของกันและกัน ซึ่งช่วยลดความขัดแย้งได้มาก
❤️ 8) มีเมตตาต่อตัวเอง (Cultivating Self-Compassion)
บางครั้งคนที่พยายามควบคุมเรา อาจใช้จุดอ่อนของเรามาเล่นงาน ถ้าเรารู้จักให้กำลังใจตัวเองและเข้าใจว่าทุกคนย่อมมีข้อผิดพลาดได้ เราจะเกิดการยอมรับในตัวเอง และเราจะไม่รู้สึกผิดหรือปล่อยให้คำพูดของพวกเขามามีอิทธิพลกับเรา
องค์กรที่ส่งเสริมให้พนักงานมีความเมตตาต่อตัวเอง มักจะสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดี และช่วยให้พนักงานมีความสุขมากขึ้น
บทสรุป: พลังของความเงียบ
บางครั้ง “พลัง” ไม่ได้มาจากการพูด แต่เป็นการเลือกที่จะไม่ตอบโต้… การควบคุมตัวเองให้มั่นคง ไม่แสดงอารมณ์เกินไป และยืนหยัดในจุดยืนของตัวเอง ก็สามารถทำให้คนที่พยายามควบคุมเราต้องถอยออกไปได้เอง ในที่ทำงาน การมี วัฒนธรรมองค์กรที่ดี ช่วยให้พนักงานรู้สึกมั่นใจและปลอดภัยมากขึ้น ทำให้ทุกคนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และปราศจากพฤติกรรมที่เป็นพิษ
แล้วคุณล่ะ? เคยใช้วิธีไหนรับมือกับคนที่พยายามควบคุมคุณบ้าง? มาร่วมพูดคุยกันได้ในคอมเมนต์ หรือแชร์ประสบการณ์ของคุณให้เราฟัง!
A Cup of Culture
────
วัฒนธรรมองค์กร
corporateculture
organizationalculture
.
.

https://experteditor.com.au/blog/gen-8-ways-to-shut-down-a-manipulator-without-saying-a-word-according-to-psychology/








