วัฒนธรรมองค์กรแบบไหน ที่ทำให้ “คนไม่พร้อม” ได้ขึ้นมาเป็นผู้นำ

หลายครั้ง.. เราพบว่าคำถามที่สำคัญกว่าอาจไม่ใช่ “ทำไมคนคนนี้.. ได้เป็นผู้นำ!?” หากเป็น “วัฒนธรรมองค์กรแบบไหน ที่เลือก เลื่อน และยอมให้คนที่ยังไม่พร้อมขึ้นมามีอำนาจเหนือผู้อื่น!?” ต่างหาก..


เพราะหัวหน้าที่ไม่พร้อมอาจไม่ใช่อุบัติเหตุของระบบ แต่อาจเป็นผลลัพธ์ที่ระบบนั้นสร้างขึ้นมาอย่างต่อเนี่อง..

และความจริงอีกข้อ “คนทำงานเก่ง ไม่ได้แปลว่าจะบริหารคนเก่ง”

เพราะความสามารถในการ “ทำงานให้สำเร็จด้วยตัวเอง” กับความสามารถในการ “พาคนอื่นทำงานให้สำเร็จ” ไม่ใช่ทักษะชุดเดียวกัน — คนทำงานเก่งอาจตัดสินใจได้เร็ว รับผิดชอบงานตัวเองได้ดี และมีความเชี่ยวชาญสูง — แต่การเป็นผู้นำยังต้องใช้ความสามารถอีกหลายด้าน เช่น การฟัง การมอบหมายงาน การให้ Feedback การจัดการความขัดแย้ง การสร้างความไว้วางใจ และการทำให้คนที่แตกต่างกันสามารถทำงานร่วมกันได้

◉ แนวคิดนี้สอดคล้องกับ Peter Principle ซึ่ง Laurence J. Peter และ Raymond Hull เสนอไว้ตั้งแต่ปี 1969 ว่า ในระบบลำดับชั้น คนอาจได้รับการเลื่อนตำแหน่งจากความสำเร็จในบทบาทเดิมไปเรื่อย ๆ จนไปถึงตำแหน่งที่ทักษะเดิมไม่เพียงพอสำหรับความรับผิดชอบใหม่

◉ งานวิจัยของ Alan Benson, Danielle Li และ Kelly Shue ซึ่งศึกษาข้อมูลพนักงานขายใน 131 บริษัท ก็พบหลักฐานในทิศทางเดียวกัน องค์กรมีแนวโน้มให้ความสำคัญกับผลงานการขายเมื่อตัดสินใจเลื่อนคนเป็นผู้จัดการ แม้ว่าผลงานเดิมนั้นจะไม่ได้รับประกันความสามารถในการบริหารทีม และในบางกรณี การเลื่อนพนักงานขายที่ทำยอดสูงขึ้นมาเป็นผู้จัดการยังสัมพันธ์กับผลงานของลูกทีมที่ลดลงด้วย


📍วัฒนธรรมองค์กรแบบไหน ที่ทำให้ “คนไม่พร้อม” ได้ขึ้นมาเป็นผู้นำ


เมื่อมีตำแหน่งหัวหน้าว่าง หลายองค์กรมักเริ่มต้นด้วยคำถามว่า “ใครทำผลงานดีที่สุดในทีม” แทนที่จะถามว่า “ใครมีความพร้อมที่จะทำให้คนทั้งทีมทำงานได้ดีขึ้น”

สองคำถามนี้อาจพาองค์กรไปหาคนละคน

✓ ผลงานในอดีตบอกเราได้ว่า คนคนหนึ่งทำหน้าที่เดิมได้ดีเพียงใด
✗ แต่ไม่ได้บอกครบว่า เขาจะรับฟังคนอื่นได้ไหม ตัดสินใจภายใต้ความไม่แน่นอนได้อย่างไร รับมือกับอำนาจอย่างไร หรือสามารถพัฒนาคนที่มีสไตล์ต่างจากตัวเองได้หรือไม่


หากวัฒนธรรมองค์กรให้คุณค่ากับผลงานที่มองเห็นง่าย เช่น ยอดขาย จำนวนโครงการ หรือความเร็วในการส่งงาน มากกว่าความสามารถด้านคน องค์กรย่อมมีแนวโน้มเลือกผู้เชี่ยวชาญที่โดดเด่นที่สุดขึ้นมาเป็นหัวหน้า ไม่ใช่คนที่มีศักยภาพในการเป็นผู้นำมากที่สุด


และเมื่อเขาไปได้ไม่ดีในตำแหน่งใหม่ องค์กรก็มักไม่ลดตำแหน่ง เพราะกลัวกระทบความรู้สึกหรือไม่รู้ว่าจะย้ายเขาไปอยู่ตรงไหน สุดท้ายบุคคลนั้นจึงค้างอยู่ในตำแหน่งบริหาร ขณะที่ลูกทีมต้องเป็นฝ่ายรับผลกระทบ


ในห้องประชุม คนที่พูดคล่อง ตอบเร็ว ฟันธงชัด และแสดงความมั่นใจ มักดูเป็นผู้นำมากกว่าคนที่ใช้เวลาคิด ตั้งคำถาม หรือยอมรับว่า “ผมยังไม่มีข้อมูลเพียงพอ”

แต่ความมั่นใจเป็นเพียงวิธีที่คนคนหนึ่งแสดงออก ไม่ใช่หลักฐานว่าการตัดสินใจของเขาถูกต้อง

Tomas Chamorro-Premuzic นักจิตวิทยาองค์การ ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า กระบวนการคัดเลือกผู้นำจำนวนมากมักแยกไม่ออกระหว่าง Confidence กับ Competence เราจึงอาจมองความกล้าแสดงออก การโปรโมตตัวเอง หรือการตอบอย่างไม่ลังเลว่าเป็นภาวะผู้นำ ขณะที่มองข้ามคุณสมบัติที่สำคัญกว่า เช่น ความถ่อมตนทางปัญญา การตระหนักรู้ในข้อจำกัดของตัวเอง และความสามารถในการเรียนรู้จากผู้อื่น


วัฒนธรรมองค์กรที่หลงใหลคนซึ่ง “ดูมั่นใจ” จึงอาจเปิดทางให้คนที่มีคำตอบเสมอ ขึ้นมามีอำนาจเหนือคนที่รู้ว่าเมื่อไรควรถาม เมื่อไรควรฟัง และเมื่อไรควรเปลี่ยนใจ ดังนั้น ผู้นำที่ดีไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่รู้มากที่สุดในห้อง แต่อาจเป็นคนที่ทำให้ความรู้ของทุกคนในห้องถูกนำมาใช้ได้มากที่สุด


ในหลายองค์กร หากพนักงานต้องการเงินเดือนสูงขึ้น ได้รับการยอมรับมากขึ้น หรือมีสถานะที่เติบโตขึ้น ทางเลือกแทบจะมีเพียงการเป็นหัวหน้า — ผลคือ คนที่รักการทำงานเฉพาะทางต้องยอมทิ้งงานที่ตัวเองถนัด เพื่อไปรับผิดชอบงานบริหารที่อาจไม่ได้ต้องการตั้งแต่แรก


→ บางคนไม่ได้อยากดูแลคน แต่ต้องรับตำแหน่งเพราะไม่อยากให้เส้นทางอาชีพหยุดนิ่ง
→ บางคนไม่เคยได้รับการเตรียมความพร้อม แต่ถูกคาดหวังให้บริหารทีมได้ทันทีตั้งแต่วันแรก
→ และบางคนได้รับตำแหน่งเพราะองค์กรไม่มีวิธีอื่นในการตอบแทนผลงาน


เมื่อเป็นเช่นนี้ “หัวหน้าที่ไม่พร้อม” จึงไม่ได้เกิดจากความทะเยอทะยานของบุคคลเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกิดจากโครงสร้างความก้าวหน้าที่บีบให้ทุกคนต้องเดินขึ้นบันไดชุดเดียวกัน

ไม่ใช่คนเก่งทุกคนต้องเป็นหัวหน้า และการไม่อยากเป็นหัวหน้าก็ไม่ได้แปลว่าไม่อยากเติบโต

องค์กรที่จริงจังกับเรื่องนี้จึงควรมีเส้นทางเติบโตมากกว่าหนึ่งแบบ เช่น เส้นทางผู้บริหารและเส้นทางผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งสามารถเติบโตด้านค่าตอบแทน อิทธิพล และการยอมรับได้โดยไม่จำเป็นต้องบริหารคน


อีกภาพที่เกิดขึ้นบ่อยคือ พนักงานได้รับแจ้งในวันศุกร์ว่า วันจันทร์จะต้องเริ่มเป็นหัวหน้า → เขาได้รับตำแหน่งใหม่ ทีมใหม่ และความคาดหวังใหม่ แต่แทบไม่ได้รับเครื่องมือใหม่เลย


คนจำนวนมากจึงบริหารผู้อื่นด้วยวิธีเดียวกับที่ตัวเองเคยถูกบริหารมา หากเคยมีหัวหน้าที่ใช้คำสั่ง เขาก็ใช้คำสั่ง หากเคยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ความผิดพลาดถูกลงโทษ เขาก็สร้างทีมที่ไม่มีใครกล้าลอง และหากเคยเชื่อว่าหัวหน้าต้องมีคำตอบ เขาก็พยายามตอบทุกเรื่องแม้ในเรื่องที่ตัวเองไม่เข้าใจ

การอบรมภาวะผู้นำหลังเกิดปัญหาแล้วอาจช่วยได้บางส่วน แต่ไม่ควรเป็นกลไกหลัก

องค์กรควรประเมินและพัฒนาความพร้อมก่อนมอบอำนาจ เช่น ให้ทดลองนำโครงการ ฝึกสนทนาเรื่องผลงาน เรียนรู้การ Coaching รับ Feedback จากผู้ร่วมงาน และสะท้อนว่าตัวเองต้องการบทบาทบริหารจริงหรือไม่


ในหลายระบบ หัวหน้ามีอำนาจให้คะแนนผลงาน อนุมัติวันลา กำหนดโอกาสเติบโต และให้ความเห็นเกี่ยวกับอนาคตของลูกทีม — แต่เมื่อถามว่า แล้วใครเป็นผู้ประเมินว่าเขาใช้อำนาจเหล่านั้นอย่างไร คำตอบกลับไม่ชัดเจน


บางองค์กรประเมินผู้จัดการจากผลลัพธ์ทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว หากยอดถึง งานเสร็จ และตัวเลขดูดี พฤติกรรมที่เกิดขึ้นระหว่างทางก็แทบไม่ถูกนับ แม้ทีมจะหมดไฟ คนลาออกต่อเนื่อง หรือไม่มีใครกล้าพูดความจริงก็ตาม

วัฒนธรรมเช่นนี้กำลังส่งสัญญาณว่า “ตราบใดที่สร้างผลงานได้ วิธีปฏิบัติต่อผู้คนก็เป็นเรื่องรอง..”

และเมื่อผู้มีอำนาจไม่ต้องรับ Feedback ปัญหาก็ยิ่งอยู่ได้นาน เพราะคนที่เห็นผลกระทบชัดที่สุดมักเป็นคนที่มีอำนาจพูดน้อยที่สุด ดังนั้น การประเมินผู้นำจึงไม่ควรถามเพียงว่า “เขาส่งมอบผลลัพธ์ได้หรือไม่” แต่ต้องถามด้วยว่า “ผู้คนและทีมกำลังกลายเป็นอย่างไรภายใต้การนำของเขา”


กลับมาที่ห้องประชุมเดิม ทุกคนมองเห็นว่าแผนใหม่มีปัญหา แต่ไม่มีใครคัดค้าน — หากมองเพียงผิวเผิน ผู้นำอาจสรุปว่า ทุกคนเห็นด้วยกับเขา แต่ในความเป็นจริง ความเงียบอาจหมายถึงหลายอย่าง

  • บางคนเคยเสนอความคิดเห็นแล้วถูกตำหนิต่อหน้าทีม
  • บางคนเห็นเพื่อนร่วมงานถูกลดบทบาทหลังตั้งคำถามกับผู้บริหาร
  • บางคนรู้ว่าต่อให้พูดไป การตัดสินใจก็ไม่เปลี่ยน
  • และบางคนกำลังรักษางานของตัวเองไว้

นี่คือเหตุผลที่ Psychological Safety หรือความปลอดภัยทางจิตใจ ไม่ได้หมายถึงการทำงานอย่างสบายใจตลอดเวลา แต่หมายถึงการที่คนสามารถตั้งคำถาม ยอมรับความผิดพลาด เสนอความเห็นต่าง หรือบอกข่าวร้ายได้ โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกทำให้อับอายหรือลงโทษเพราะการพูดนั้น

ผู้นำที่ไม่พร้อมอาจตัดสินใจผิดหนึ่งครั้ง แต่เมื่ออยู่ในวัฒนธรรมที่ไม่มีใครกล้าทัก การตัดสินใจผิดนั้นจะเดินทางต่อไปโดยไม่มีระบบเบรก

ดังนั้น ตัวชี้วัดของวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแรงจึงไม่ใช่การที่ห้องประชุมไม่มีความขัดแย้ง แต่คือ เมื่อเกิดความเห็นต่างแล้ว ผู้คนยังสามารถพูดคุยกันได้โดยไม่ต้องเสียความปลอดภัยหรือศักดิ์ศรีของตัวเอง



แม้องค์กรจะคัดเลือกอย่างรอบคอบ ก็ไม่มีใครรับประกันได้ว่าผู้นำทุกคนจะทำได้ดีตั้งแต่วันแรก ทุกคนสามารถตัดสินใจผิด มีจุดบอด หรือพบว่าตัวเองไม่เหมาะกับบทบาทใหม่ได้ — หากไม่อยากผลิตหัวหน้าที่ไม่พร้อมขึ้นมาซ้ำ ๆ องค์กรอาจเริ่มต้นจากคำถามเหล่านี้

  1. เรากำลังเลื่อนคนจากผลงานในบทบาทเดิม หรือจากความพร้อมในบทบาทใหม่?
  2. เกณฑ์ของเราวัดความสามารถจริง หรือกำลังให้คะแนนกับความมั่นใจและการแสดงออก?
  3. พนักงานสามารถเติบโตด้านค่าตอบแทนและการยอมรับ โดยไม่ต้องเป็นหัวหน้าได้หรือไม่?
  4. คนที่จะได้รับอำนาจบริหารผู้อื่น เคยได้รับการฝึก ทดลอง และ Feedback มากพอแล้วหรือยัง?
  5. เราประเมินผู้นำจากผลลัพธ์เพียงอย่างเดียว หรือประเมินผลกระทบที่เขามีต่อผู้คนด้วย?
  6. เมื่อลูกทีมเห็นว่าหัวหน้ากำลังตัดสินใจผิด พวกเขาสามารถพูดออกมาได้อย่างปลอดภัยจริงหรือไม่?

คำถามเหล่านี้ไม่ได้มีไว้เพื่อหาผู้นำที่สมบูรณ์แบบ เพราะคนแบบนั้นอาจไม่มีอยู่จริง แต่มีไว้เพื่อหาคนที่พร้อมเรียนรู้ รู้ว่าตัวเองไม่รู้อะไร รับฟังความจริงที่ไม่อยากได้ยิน และไม่ใช้ตำแหน่งปิดกั้นเสียงของคนอื่น


เพราะหัวหน้าที่ไม่พร้อมอาจสร้างปัญหาให้ทีมหนึ่งทีม แต่วัฒนธรรมองค์กรที่ไม่เคยทบทวนวิธีเลือกและดูแลผู้นำจะผลิตปัญหาเดิมขึ้นมาได้ทั้งองค์กร


A Cup of Culture
────
ที่ปรึกษาด้านวัฒนธรรมองค์กร
CompanyCulture
CorporateCulture
.
.

แหล่งอ้างอิง
Benson, A., Li, D., & Shue, K. (2019). Promotions and the Peter Principle. The Quarterly Journal of Economics, 134(4), 2085–2134. https://doi.org/10.1093/qje/qjz022
Beck, R. J., & Harter, J. (2014). Why Great Managers Are So Rare. Gallup Workplace.
Chamorro-Premuzic, T. (2013). Why Do So Many Incompetent Men Become Leaders? Harvard Business Review.
Peter, L. J., & Hull, R. (1969). The Peter Principle. William Morrow.

Share to
Related Posts:
Search

Strategic Learning Design Canvas is ready for download. Thank for interesting in our research.

Crafting Organizational Excellence full report is ready for download. Thank for interesting in our research.

ดาวน์โหลดตัวอย่างเครื่องมือบางส่วนจาก Values Uncovered ขอบคุณที่ให้ความสนใจในเครื่องมือของเรา

ORG Culture Canvas is ready for download.
Thank for interesting in our free tools.

Full Report

The Value Compass full report is ready for download. Thank for interesting in our free tools.

The Value Compass full report is ready for download. Thank for interesting in our free tools.

Search