ในมุมมองแรก หลายคนอาจรู้สึกว่า แผน (Plan) กับ กลยุทธ์ (Strategy) ดูเป็นเรื่องเดียวกัน — แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่เลย จากบทความโดยคุณ Jeroen Kraaijenbrink ได้อธิบายให้เราเห็นความต่างได้อย่างชัดเจนว่า
- กลยุทธ์ คือ การคิดเชิงตรรกะที่มีความเชื่อมโยงซับซ้อน
- แผนงาน คือ ขั้นตอนเชิงกระบวนการแบบเส้นตรง
กลยุทธ์ ตอบคำถาม ทำไม (Why) และ อย่างไร (How)
แผนงาน ตอบคำถาม เมื่อไหร่ (When) และ อะไรบ้าง (What)
แล้วทำไมผู้นำวัฒนธรรมองค์กรควรใส่ใจเรื่องนี้?
เพราะวัฒนธรรมองค์กร คือ สิ่งที่สะท้อนถึงความคิด การกระทำ และการทำงานร่วมกันของพนักงาน หากคุณสับสนระหว่างแผนกับกลยุทธ์ องค์กรของคุณอาจจะลงมือทำอะไรได้ดี — แต่ไม่มีทิศทางที่ชัดเจน / ในทางตรงกันข้าม เมื่อวัฒนธรรมองค์กรสอดคล้องกับการคิดเชิงกลยุทธ์ องค์กรก็มีแนวโน้มจะประสบความสำเร็จได้ง่ายมากขึ้น เราลองมาเจาะลึกความแตกต่างกันดูครับ
ฝั่ง “กลยุทธ์”
ฝั่งนี้แสดงถึง ตรรกะที่เชื่อมโยงกัน — เป็นระบบที่มีชีวิต ไม่ใช่แค่เส้นตรงทางเดียว โดยประกอบด้วย:
องค์ประกอบหลัก:
- เงิน (Money): ทุนทรัพยากรเพื่อขับเคลื่อนงาน
- เครื่องมือ (Means): วิธีการ, ช่องทาง, เครื่องมือ
- ตลาด (Market): สิ่งแวดล้อมภายนอกและความต้องการของลูกค้า
- เวทมนตร์ (Magic): นวัตกรรม จุดเด่น และจิตวิญญาณของแบรนด์
- ความหมาย (Meaning): จุดมุ่งหมายที่ลึกซึ้งขององค์กร
แรงขับเคลื่อน:
- แรงส่ง (Momentum): พลังที่ช่วยให้งานไม่หยุดชะงัก
- เป้าหมาย A, B, C: ผลลัพธ์ที่เกิดจากระบบกลยุทธ์ ไม่ใช่จุดหมายตายตัว
*สิ่งที่ควรจำ: กลยุทธ์ไม่ใช่ลำดับของกิจกรรม — แต่คือ เครือข่ายของการเชื่อมโยงแบบไดนามิก ที่เปลี่ยนแปลงได้เสมอ
ฝั่ง “แผนงาน”
ฝั่งนี้เป็นแบบ ลำดับขั้นตอนเชิงเส้น ซึ่งเหมาะกับการลงมือทำ แต่ขาดมุมมององค์รวมของกลยุทธ์
โครงสร้างของแผนงาน:
- เริ่มจาก จุดเริ่มต้น (Start) ของแผนที่แผนก A
- ส่งต่อกิจกรรมไปยังแผนก B, C, และ D
- จบที่ เป้าหมาย A และ B
ลักษณะเฉพาะ:
- แยกเป็นแผนก
- มุ่งเน้นเป้าหมายแบบตายตัว
- มีเส้นทางแน่นอนและควบคุมได้
ข้อจำกัด: แผนงานเหมาะกับสภาพแวดล้อมที่นิ่ง แต่ในโลกจริงที่เปลี่ยนเร็ว แผนมักล้าสมัยอย่างรวดเร็ว
เรื่องนี้ส่งผลต่อวัฒนธรรมองค์กรอย่างไร?
ถ้าองค์กรของคุณพึ่งพาแค่ “แผน” อาจเกิดสิ่งเหล่านี้:
- เน้นแค่ประสิทธิภาพ ไม่ใช่นวัตกรรม
- ให้รางวัลเฉพาะการทำงานเสร็จ ไม่ใช่คุณค่าที่สร้าง
- เกิดการทำงานแบบแยกส่วน (Silo)
แต่ถ้าองค์กรขับเคลื่อนด้วย “กลยุทธ์”:
- ทีมจะร่วมมือกันมากขึ้น
- คนทำงานด้วยความหมาย ไม่ใช่แค่ทำให้เสร็จ
- ปรับตัวต่อสถานการณ์ได้ดีขึ้น
ผู้นำจะเปลี่ยนจาก “แผน” สู่ “กลยุทธ์” ได้อย่างไร?
เช็กลิสต์ง่าย ๆ เพื่อเปลี่ยนแนวคิด:
✓ ถามว่า “ทำไม” ก่อนจะถามว่า “จะทำอะไร”
✓ ดึงความคิดเห็นจากหลายฝ่าย
✓ มองหาความเชื่อมโยงระหว่างทีม
✓ ทำให้ทุกคนเข้าใจ “Magic” และ “ความหมาย” ขององค์กร
✓ ใช้แผนเป็นเครื่องมือ ไม่ใช่เป้าหมาย
สรุปสุดท้าย: แล้วแผนยังจำเป็นไหม? จำเป็นแน่นอนครับ! แต่มันควรมาตามหลังกลยุทธ์ ให้กลยุทธ์เป็นตัวกำหนด “ทิศทาง” แล้วให้แผนเป็นตัวช่วย “ดำเนินการ” เมื่อทำถูกลำดับ คุณจะได้ “วัฒนธรรมองค์กร” ที่เข้มแข็งและปรับตัวเก่งขึ้นอย่างแน่นอน
A Cup of Culture
────
วัฒนธรรมองค์กร
corporateculture
organizationalculture
.
.

Kraaijenbrink, J. (2021). Why a Plan Is Not a Strategy. https://www.linkedin.com/posts/jeroenkraaijenbrink_theres-a-lot-of-misunderstanding-that-a-activity-7123323473115959296-e470?utm_source=share&utm_medium=member_desktop&rcm=ACoAAB1zz0sBlzgaOVhHy6Ay0LEauZrHwU_f1P0
Mintzberg, H. (1994). The Fall and Rise of Strategic Planning. Harvard Business Review. https://hbr.org/1994/01/the-fall-and-rise-of-strategic-planning
Schein, E. H. (2010). Organizational Culture and Leadership (4th ed.). Jossey-Bass.
Reeves, M., & Whitaker, K. (2020). Strategy Needs Creativity. Harvard Business Review. https://hbr.org/2020/05/strategy-needs-creativity








